1. ลดความละเอียดหรือเฟรมเรตของวิดีโอ
- เปิด การตั้งค่า › กล้อง › บันทึกวิดีโอ
- เลือกความละเอียดและเฟรมเรต ตัวเลือกขึ้นกับรุ่น iPhone ของคุณ
- อ่านรายการใต้ตัวเลือก: แสดงว่าวิดีโอหนึ่งนาทีใช้พื้นที่เท่าไรในแต่ละการตั้งค่า
ในรูปแบบประสิทธิภาพสูง ตัวเลขของ Apple สำหรับวิดีโอหนึ่งนาทีคือประมาณ 40 MB ที่ 720p HD และ 30 fps, 60 MB ที่ 1080p HD และ 30 fps, 90 MB ที่ 1080p HD และ 60 fps, 135 MB ที่ 4K และ 24 fps, 170 MB ที่ 4K และ 30 fps และ 400 MB ที่ 4K และ 60 fps
2. เปิดประสิทธิภาพสูงไว้
การตั้งค่า › กล้อง › รูปแบบ มีตัวเลือก ประสิทธิภาพสูง (ภาพ HEIF วิดีโอ HEVC) และ เข้ากันได้มากที่สุด (JPEG และ H.264) ประสิทธิภาพสูงให้คุณภาพเท่ากันในพื้นที่น้อยกว่า: วิดีโอ 4K ที่ 30 fps หนึ่งนาทีมีขนาดประมาณ 170 MB เทียบกับประมาณ 350 MB ในแบบเข้ากันได้มากที่สุด
3. วิดีโอ HDR และ Auto FPS
วิดีโอ HDR ใน การตั้งค่า › กล้อง › บันทึกวิดีโอ ในรุ่นที่รองรับ ทำให้ไฟล์ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย: ประมาณ 65 MB ต่อนาทีแทน 60 MB ที่ 1080p และ 30 fps และ 190 MB แทน 170 MB ที่ 4K และ 30 fps ส่วน Auto FPS จะลดเฟรมเรตเหลือ 24 fps ในที่แสงน้อยเพื่อให้ภาพดีขึ้น เป็นการตั้งค่าด้านคุณภาพ จึงควรเปิดไว้
4. ProRAW และ ProRes
ทั้งสองอย่างมีไว้สำหรับตัดต่อและมีขนาดใหญ่ ภาพ ProRAW หนึ่งภาพมีขนาดประมาณ 25 MB ที่ 12 MP และประมาณ 75 MB ที่ 48 MP ขณะที่ภาพประสิทธิภาพสูงมีขนาดประมาณ 2 MB ที่ 12 MP ProRes หนึ่งนาทีมีขนาดประมาณ 1.7 GB ที่ 1080p และ 30 fps และประมาณ 6 GB ที่ 4K และ 30 fps ในรุ่นที่มีตัวเลือกเหล่านี้ ให้ปิดได้ที่ การตั้งค่า › กล้อง › รูปแบบ
5. ความละเอียดภาพถ่ายและ Live Photo
ในรุ่นที่รองรับ การตั้งค่า › กล้อง › รูปแบบ › โหมดภาพถ่าย สลับระหว่าง 24 MP และ 12 MP: ประมาณ 3 MB ต่อภาพ เทียบกับประมาณ 2 MB ในรูปแบบประสิทธิภาพสูง Live Photo เก็บวิดีโอสั้นไว้กับทุกภาพ ถ้าจะปิดไว้ ให้ปิดในกล้อง แล้วเปิด Live Photo ใน การตั้งค่า › กล้อง › คงการตั้งค่าไว้ เพื่อให้ตัวเลือกคงอยู่
วิดีโอที่บันทึกไปแล้ว
การตั้งค่าเหล่านี้เปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่คุณบันทึกต่อจากนี้ ถ้าจะทำให้วิดีโอที่มีอยู่เล็กลง ให้บีบอัด


